Posted on

25 – 35 – 50 เลือกเบอร์ไหนดี

เลนส์อะไรดี

ไม่ได้มาใบ้เบอร์บอกเลขอะไรนะครับ ตัวเลขที่ผมเอามาตั้งเป็นชื่อบทความก็มาจากระยะของเลนส์มือหมุนราคาประหยัดสำหรับกล้อง mirrorless ที่มีขาย ๆ กันอยู่นี่แหละ คือ 25mm, 35mm และ 50mm ซึ่งพอมันมีให้เลือกก็กลายเป็นปัญหาขึ้นมาว่าจะเลือกอะไรดี

หลายครั้งก็มีคนมาถามผมเหมือนกันว่าจะเลือกเลนส์ระยะไหนดี ผมจึงทำเป็นภาพตัวอย่างที่ถ่ายจากเลนส์ทั้งสามระยะนี้เปรียบเทียบกันให้ดูเลยดีกว่า เพื่อจะเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเบื้องต้น โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าเลนส์ระยะต่าง ๆ มันแตกต่างกันอย่างไร

ก่อนจะไปดูภาพตัวอย่างก็ขอทำความเข้าใจกันสักนิดหน่อย ภาพเปรียบเทียบที่ผมทำขึ้นมาชุดนี้ถ่ายมาด้วยกล้อง Fuji X-A1 เซ็นเซอร์ขนาด APS-C ซึ่งกล้อง Fuji X series ทั้งหมดก็ใช้เซ็นเซอร์แบบเดียวกันนี้ รวมทั้งกล้อง Sony ที่เป็นตระกูล mirrorless ทั้งหมดด้วย ไม่ว่าจะเป็นรุ่น NEX หรือ aXXXX รวมทั้ง Canon EOSM ด้วย ดังนั้น ถ้าท่านใช้กล้องรุ่นต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะได้ผลเหมือน ๆ กันในด้านมุมรับภาพและขนาดของวัตถุในภาพ แต่ในด้านสีสันและความละเอียดของภาพอาจจะแตกต่างกันไปบ้างตามคุณสมบัติของกล้องแต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่น

ส่วนท่านที่ใช้กล้องที่เป็นเซ็นเซอร์ขนาด Micro Four Third หรือ M4/3 เช่นกล้อง Olympus, Panasonic ที่เป็น mirrorless รวมทั้งกล้อง YI M1 จากจีนด้วย ภาพที่ได้ก็จะแคบลงมาหน่อย ดูภาพประกอบด้านล่างนี้เอาครับว่ามันจะแคบลงมาประมาณไหนเมื่อเทียบกับ APS-C

 

เอาล่ะครับ ทีนี้ก็มาดูภาพตัวอย่างกันเลย ผมจะมีคำอธิบายไว้นิดหน่อยที่ด้านบนของแต่ละภาพให้ด้วยครับ

 

1. เป็นภาพวิวหรือ landscape ถ่ายโดยตั้งกล้องบนขาตั้งที่จุดเดิมทั้งสามภาพ ตั้งค่าเอฟประมาณ F8 ปรับโฟกัสให้ภาพที่ขอบเนินเขาคมชัดที่สุด

เลนส์ถ่ายวิว

2. เปรียบเทียบการถ่ายคนที่ระยะห่างประมาณ 2 เมตรจากตัวแบบทั้งสามเลนส์ โดยตั้งกล้องบนขาตั้งแล้วเปลี่ยนเลนส์ทีละตัว ตั้งค่ารูรับแสงกว้างสุด (เลขน้อยสุด) ของเลนส์แต่ละตัว โฟกัสที่ใบหน้าของนางแบบ

ถ่ายคนใช้เลนส์อะไรดี

3. เปรียบเทียบมิติและความเบลอของฉากหลัง ถ่ายโดยถือกล้องด้วยมือ ในแต่ละครั้งก็ขยับกล้องถอยห่างจากแบบเพื่อให้ได้ใบหน้าของนางแบบในภาพมีขนาดเท่า ๆ กัน ตั้งค่ารูรับแสงกว้างสุดของเลนส์แต่ละตัว วัดระยะห่างของกล้องกับนางแบบในแต่ละครั้งได้ประมาณ 1 เมตร 2 เมตร และ 3 เมตรตามลำดับ ให้สังเกตมิติและขนาดของวัตถุในฉากหลังของภาพที่แตกต่างกัน

เลนส์ถ่ายคน

4. เปรียบเทียบลักษณะโบเก้และความเบลอของฉากหลัง ถ่ายโดยขยับกล้องในแต่ละครั้งให้ได้ขนาดของหุ่นในภาพเท่า ๆ กัน ตั้งค่ารูรับแสงกว้างสุดของแต่ละเลนส์ โฟกัสที่ใบหน้าของหุ่น วัดระยะห่างของกล้องกับหุ่นในแต่ละครั้งได้ 30 ซม. 40 ซม. และ 60 ซม. โดยประมาณ ผลลัพธ์ให้สังเกตขนาดของลูกโบเก้และความเบลอของฉากหลังที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

เปรียบเทียบโบเก้ ละลายหลัง

หวังว่าภาพตัวอย่างเปรียบเทียบนี้จะมีประโยชน์ช่วยสร้างความเข้าใจเรื่องความแตกต่างของการใช้เลนส์ระยะต่างกันได้พอสมควร ท่านจะเลือกเลนส์ตัวไหนก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์หรือแนวทางในการถ่ายรูปของแต่ละคน แต่ถ้าดูภาพแล้วยังเลือกไม่ได้ก็ไม่ต้องคิดมากจนเคร่งเครียดไป เรื่องเลือกเลนส์ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย เลือกเอาง่าย ๆ สักตัวนึงลองดูก่อน ราคาเลนส์กลุ่มนี้ก็ไม่แพงอยู่แล้ว หรือไม่ก็ลองปรึกษาเพื่อนหรือผู้เชี่ยวชาญดูอาจจะได้คำตอบที่ลงตัวสำหรับเราเลยก็ได้

Posted on

สิ่งนั้นสิ่งนี้

หลังจากที่ไม่ได้โพสต์บทความลงในบล็อกนี้มานาน ช่วงหลังตรุษจีนเมื่อผมกลับมาจากบ้านพ่อที่นนทบุรี สะสางภาระงานต่าง ๆ จนพอจะมีเวลาว่างขึ้นมาบ้าง เลยคิดว่าน่าจะทำบทความใหม่ได้แล้ว ทีแรกก็คิดไม่ค่อยออกว่าจะเขียนเรื่องอะไรดี รู้สึกว่าความคิดมันออกจะฝืด ๆ ยังไงไม่รู้ จิบกาแฟนั่งคิดนั่งคุยกับคุณแม่บ้านแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเคยเห็นภาพถ่ายสไตล์หุ่นนิ่งของช่างภาพคนนึง จำชื่อไม่ได้แล้ว เขาเก็บเอาสิ่งของที่ดูเหมือนเป็นขยะ เช่น แปรงสีฟันเก่า ๆ ชิ้นส่วนแขน ขาของตุ๊กตาที่หลุดออกมา ฯลฯ นำมาจัดวางใหม่ให้ดูน่าสนใจ ทำให้ผมคิดถึงหัวข้ออันนึงที่เคยคิดเอาไว้ในหัวนานแล้ว แต่ตอนนั้นความคิดก็ยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่

ทีแรกผมก็ยังนึกไม่ออกหรอกว่าจะตั้งชื่อหัวข้อนี้ว่าอะไรดี คิดได้แค่ว่าจะพยายามมองหาสิ่งของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่อยู่รอบ ๆ ตัวหรืออยู่ในสถานที่ที่ผมได้ไปในชีวิตประจำวัน น่าจะเป็นของที่มนุษย์ทิ้งไว้ ไม่ใช่ของธรรมชาติ นำมาจัดวางใหม่ในบริเวณที่พบนั้นเอง เพื่อจะสื่อความหมายบางอย่างเกี่ยวกับมนุษย์

ผมรู้สึกว่ากระบวนการที่ทำนี้เป็นการฝึกความคิดอย่างหนึ่ง ไม่ได้หวังว่าภาพถ่ายที่ได้จะสวยหรือไม่ แต่ตั้งสมาธิไปที่ความคิดที่เกิดขึ้นระหว่างที่มองหาวัตถุและคิดหาวิธีจัดวางให้ดูน่าสนใจ เท่าที่ความคิดของเราจะคิดได้ ภายใต้เวลาและสถานที่อันจำกัด ทำอย่างนี้อยู่ประมาณสองอาทิตย์ ได้ภาพมาก็เอามาลงไว้ในบทความนี้แหละครับ ไม่ได้มีสาระอะไรเกี่ยวกับเลนส์และการถ่ายภาพมากนัก เป็นแค่ผลของการคิดแบบ “เล่นเล่น ๆ” เท่านั้น แต่ก็อาจจะพอเป็นตัวอย่างได้บ้างสำหรับการหาหัวข้อถ่ายภาพของท่านที่พกกล้องไปไหนต่อไหนเป็นประจำ แล้วไม่รู้ว่าจะถ่ายอะไรดี

นี่คือข้อความที่ผมโพสต์ไว้ในเฟสบุคตอนลงภาพแรก ๆ ที่ถ่ายในหัวข้อนี้ ส่วนภาพที่จะลงต่อจากนี้ไปก็เป็นภาพที่ผมคัดเลือกมาจากที่ได้ถ่ายไว้ทั้งหมดในช่วงสองสัปดาห์ ส่วนตัวผมรู้สึกว่ามันยังไม่ค่อยสร้างสรรค์เท่าไหร่ แต่ก็นั่นแหละ อย่างที่ผมโพสต์ไว้ก็คือ เรามีเท่าไหร่เราก็คิดได้แค่นั้น ผลลัพธ์มันก็สะท้อนตัวตนและความคิดของคนถ่ายนั่นแหละ

 

 

ก็หวังว่าเรื่องและภาพเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้พอจะให้ท่านอ่านดูเพลิน ๆ ได้ และถ้าสามารถจุดประกายให้ท่านเกิดไอเดียอื่น ๆ ในการถ่ายภาพแบบเล่น ๆ ได้ด้วยก็ยิ่งดี ขอบคุณที่ติดตามครับ